พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ถึง เหตุแห่งความฝัน !!

พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึง เหตุแห่งความฝัน ไว้ ๔ ประการ คือ
๑. กรรมนิมิต [บุพพนิมิต ] กรรมดีหรือชั่วในอดีต จะมาให้ผล
๒. จิตอาวรณ์ [อนุภูติบุพพะ] จิตไปผูกพันอยู่กับสิ่งใดมากๆ ก็อาจฝันถึงสิ่งนั้นได้
๓. เทพสังหรณ์ [เทวโตปสังหรณ์] เทวดานำข่าวมาบอก อาจเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ได้
๔. ธาตุกำเริบ [ธาตุโขก] ร่างกายไม่ปกติ อาจทำให้ฝันไปได้แปลกๆ

อ้างอิงจาก…เหตุแห่งความฝัน (สุปินสูตร)
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ – หน้าที่ ๔๓๓ – ๔๓๕

คลิกที่ภาพ !! เพื่อให้เราช่วย ตีเลขเด็ด ให้กับคุณ

ตีเลขเด็ด เราให้คำปรึกษา ทำนายฝัน ทำนายเลขเด็ด

อรรถกถา

พึงทราบวินิจฉัยในสุปินสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้:- บทว่า มหาสุปินา ความว่า ชื่อว่า มหาสุบิน เพราะบุรุษผู้ใหญ่
พึงฝัน และเพราะความเป็นนิมิตแห่งประโยชน์อันใหญ่.
บทว่า ปาตุรเหสุ แปลว่า ได้ปรากฏแล้ว.

ในบทนั้น ผู้ฝันย่อมฝันด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ

  • เพราะธาตุกำเริบ ๑
  • เพราะเคยเป็นมาก่อน ๑
  • เพราะเทวดาดลใจ ๑
  • เพราะบุรพนิมิต ๑

ในฝันเหล่านั้น คนธาตุกำเริบ เพราะ(น้ำ)ดีเป็นต้น เป็นเหตุทำให้กำเริบย่อมฝัน เพราะ ธาตุกำเริบ และเมื่อฝัน ย่อมฝันหลายอย่าง เช่น ฝันว่าตกจากภูเขา ว่าไปทางอากาศ ว่าถูกเนื้อร้าย ช้างและโจรเป็นต้นไล่ตาม.

เมื่อฝันโดยเคยเป็นมาก่อน ย่อมฝันถึงอารมณ์เป็นมาแล้วในกาลก่อน.

สำหรับผู้ฝันโดยเทวดาดลใจ ทวยเทพย่อมบรรดาลอารมณ์หลายอย่าง เพราะประสงค์ดีก็มี เพราะประสงค์ร้ายก็มี ผู้นั้นย่อมฝันเห็นอารมณ์เหล่านั้น ด้วยอานุภาพของทวยเทพ เหล่านั้น.

เมื่อฝันโดยบุรพนิมิต (ลางบอกล่วงหน้า) ย่อมฝัน อันเป็นบุรพนิมิต
ของประโยชน์ หรือ ของความพินาศที่ประสงค์จะเกิดด้วยอำนาจบุญ และ บาป
ดุจพระชนนีของพระโพธิสัตว์ ได้นิมิตในการได้พระโอรส
ดุจพระเจ้าโกศล ทรงฝันเห็นสุบิน ๑๖ และ ดุจพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้แล ครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงฝันเห็นมหาสุบิน ๕ ประการนี้.

ในฝันเหล่านั้น ฝันเพราะธาตุกำเริบ และเพราะเคยเป็นมาก่อน ไม่จริง.

ฝันเพราะเทวดาดลใจ จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เพราะว่า เทวดาทั้งหลาย โกรธขึ้นมา ประสงค์จะให้ถึงความพินาศด้วยอุบาย จึงแสร้งทำให้ผิดปกติ.

แต่ฝันเพราะบุรพนิมิต เป็นจริงโดยส่วนเดียวแท้.

แม้เพราะความเกี่ยวข้องของมูลเหตุ ๔ อย่างเหล่านี้ต่างกัน ฝันจึงต่างกันไป ฝันแม้ทั้ง ๔ นั้นพระเสกขะและปุถุชน ย่อมฝัน เพราะยังละวิปัลลาสไม่ได้ พระอเสกขะไม่ฝัน เพราะละวิปัลลาสได้แล้ว.

เหตุแห่งความฝัน

ก็เมื่อฝันนั้น หลับฝัน ตื่นฝัน หรือ ว่าไม่หลับไม่ตื่นฝัน. ในข้อนี้มี อธิบายไว้อย่างไร ผิว่าหลับฝันก็ผิดอภิธรรม ด้วยว่าสัตว์ย่อมหลับด้วยภวังคจิต ภวังคจิตนั้นหามีรูปนิมิตเป็นต้นเป็นอารมณ์ หรือสัมปยุตด้วยราคะเป็นต้นไม่ จิตเช่นนี้ย่อมเกิดแก่ผู้ฝัน หากตื่นฝันก็ผิดวินัย เพราะว่าฝันที่ตื่นฝันด้วยจิต เป็นอัพโพหาริก (เห็นเหมือนไม่เห็น) จะไม่เป็นอาบัติไม่ได้ เพราะล่วงละเมิด
ด้วยจิตเป็นอัพโพหาริก เพราะแม้ผู้ฝันทำล่วงละเมิดก็ไม่เป็นอาบัติโดยส่วนเดียว เท่านั้น เมื่อไม่หลับ ไม่ตื่นฝัน ชื่อว่าไม่ฝัน ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ จึงไม่มีฝัน และจะไม่มีก็ไม่ใช่. เพราะเหตุไร เพราะผู้ฝันเข้าสู่ความหลับดุจลิง. สมดังที่ พระนาคเสนกล่าวไว้ว่า มหาบพิตรผู้ที่หลับดุจลิงแลย่อมฝัน. บทว่า กปิมิทฺธป เรโต ได้แก่
ประกอบแล้วด้วยการหลับของลิง. เหมือนอย่างว่า การหลับของลิง เป็นไปเร็วฉันใด การหลับที่ชื่อว่า เป็นไปเร็ว เพราะแทรกแซงด้วยจิตมีกุศลจิต เป็นต้นบ่อย ๆ ก็ฉันนั้น ในความเป็นไปของการหลับใด จิตย่อมขึ้นจากภวังค์ บ่อย ๆ ผู้ประกอบแล้วด้วยการหลับนั้น ย่อมฝัน.

ด้วยเหตุนั้น ฝันนี้ จึงเป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง อัพยากฤตบ้าง. ในฝันนั้นพึงทราบว่า เป็นกุศลแก่ผู้กระทำการไหว้เจดีย์ ฟังธรรม และ แสดงธรรมเป็นต้น เป็นอกุศลแก่ผู้ทำปาณาติบาตเป็นต้น พ้นจากสองอย่างนั้น เป็น อัพยากฤตในขณะอาวัชชนจิตนึก และขณะตทาลัมพนจิตยึดฝันนั้นเป็น อารมณ์. ฝันนี้นั้นเพราะมีวัตถุเป็นทุรพล
จึงไม่สามารถจะชักปฏิสนธิของเจตนา มาได้ ก็เมื่อเป็นไปแล้ว ฝันอันกุศลและอกุศลอื่นอุปถัมภ์ไว้ย่อมให้วิบาก ให้ วิบากก็จริง ถึงอย่างนั้น เจตนาในฝันก็เป็นอัพโพหาริก คือกล่าวอ้างไม่ได้เลย เพราะเกิดในที่อันมิใช่วิสัย.

ก็สุบินนี้นั้น แม้ว่า โดยเวลาฝันในเวลากลางวัน ย่อมไม่จริง ใน ปฐมยาม มัชฌิมยาม และปัจฉิมยาม ก็เหมือนกัน. แต่ตอนใกล้รุ่ง เมื่อ อาหารที่กิน ดื่ม และเคี้ยวย่อยดีแล้ว โอชะอยู่ตามที่ในร่างกาย พออรุณขึ้น ความฝันย่อมจริง เมื่อฝันอันมีอิฏฐารมณ์เป็นนิมิต ย่อมได้อิฏฐารมณ์ เมื่อ ฝันมีอนิฏฐารมณ์เป็นนิมิต ย่อมได้อนิฏฐารมณ์. ก็มหาสุบิน ๕ เหล่านี้ โลกิยมหาชนไม่ฝัน มหาราชาทั้งหลายไม่ฝัน พระเจ้าจักรพรรดิทั้งหลายไม่ฝัน อัครสาวกทั้งหลายไม่ฝัน พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไม่ฝัน พระสัมมาสัม- พุทธเจ้าทั้งหลายก็ไม่ฝัน พระสัพพัญญูโพธิสัตว์พระองค์เดียวเท่านั้นย่อมฝัน

คลิกที่ภาพ !! เพื่อให้เราช่วย ตีเลขเด็ด ให้กับคุณ

ตีเลขเด็ด เราให้คำปรึกษา ทำนายฝัน ทำนายเลขเด็ด

ทำไมเราจึงฝัน เหตุแห่งความฝัน 4 ประการ !!

ความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมเราจึงฝัน ในทางวิทยาศาสตร์ค้นคว้าวิจัยพบว่า ความฝันเกิดจากการทำงานของจิตใต้สำนึก ในทางพุทธศาสตร์กล่าวว่าความฝันเกิดจากเหตุปัจจัย 4 อย่าง คือ

1. ธาตุวิปริต หมายถึงร่างกายไม่สบาย หรือ ไม่เป็นปกติ จึงได้ฝัน ซึ่งเป็นความฝันที่ไม่ค่อยจริง

2. จิตนิวรณ์ หมายถึงจิตมีความผูกพันอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจเป็นสิ่งของ สถานที่ หรือบุคคล จึงนำมาปรุงแต่งเป็นความฝัน เช่น ฝันถึงคนเคยรู้จักกันที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือเสียชีวิตไปแล้ว อาจฝันดีหรือฝันร้ายก็ได้ ฝันดังกล่าวบางครั้งก็เป็นจริง แต่หลายครั้งไม่จริง อย่างไรก็ตามหากฝันถึงคนที่เสียชีวิตไปแล้วเห็นเขาอยู่ในสภาพที่ไม่ดี ก็ควรทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อความสบายใจ เขาจะได้รับส่วนบุญหรือไม่นั้นยากจะหยั่งรู้ได้ แต่ผู้ที่ทำบุญย่อมได้รับบุญนั้น

3. เทพสังหรณ์ หมายถึงเทวดามาดลใจให้ฝัน อาจแม่นหรือไม่แม่นก็ได้ เพราะเทวดามีทั้งสัมมาทิฐิ และมิจฉาทิฐิ มีทั้งมีบุญบารมีมากและมีน้อย หากเทวดาที่มีสัมมาทิฐิมีบุญบารมีมากมาเข้าฝัน เรื่องที่ฝันก็เป็นความจริง

4. สุบินนิมิตหรือบุพนิมิต ฝันเพราะมีลางบอกเหตุ ว่าจะได้พบเจอสิ่งใดในกาลข้างหน้า เป็นความฝันที่เป็นจริง ดังเช่นพระนางสิริมหามายา พุทธมารดา ฝันว่ามีช้างนำดอกบัวมาถวาย โหรทำนายว่าจะมีพระโพธิสัตว์ผู้ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้ามาเกิดในครรภ์ของพระนาง ซึ่งก็เป็นจริง แม้นักพรตสิทธัตถะก่อนจะตรัสรู้หนึ่งคืน ก็มีบุพนิมิต (ลางบอกเหตุ) เป็นความฝัน 5 เรื่องด้วยกัน ตื่นเช้าท่านตีปริศนาแห่งความฝันว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งก็เป็นความจริง หรือหลวงปู่มั่นก็มีสุบินนิมิต ฝันเป็นปริศนาธรรมบ่งบอกว่าจะได้เป็นพระอรหันต์ ต่อมาท่านก็ได้บรรลุอรหัตผล เป็นต้น

แม้ความฝันของคนเราอาจเกิดจากเหตุปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว ผู้ฝันก็ไม่ควรจะจริงจังหรือยึดติดกับความฝันนัก จะทำให้จิตพะวงอยู่แต่กับความฝัน หากฝันร้ายอยู่เป็นประจำ ก่อนนอนจิตก็จะกังวลว่าจะฝันร้ายอีก จิตจึงมีนิวรณ์พาให้ฝันร้ายจริง ๆ

สรุป : ความฝัน คือ การแสดงออกของ ความนึกคิด ความรู้สึก และ เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในสมอง ในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่ คนเรามักจะฝันกันคืนละสอง สามครั้ง หรือ อาจจะฝันกันได้ถึงคืนละสี่ ถึง หก ครั้งเลยทีเดียว ทุกคนต่างก็นอนหลับฝัน แต่มีเพียงบางคนเท่านั้นที่จดจำความฝันของตัวเองได้ และ นำความฝันเหล่านั้นมา ตีเลขเด็ด

ขอบคุณข้อมูลจาก : Pantip / นิตยสาร Secret

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.